Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Jenny937

Pages: 1 2 [3] 4 5 ... 85
31
โปรโมชั่น 5-25บาท 
ผิวสัมผัสลายไม้ วิธีการติดตั้งง่าย เพียง 3 ขั้นตอน
1.ทำความสะอาดพื้นเดิมให้เรียบร้อย
2.ลอกแผ่นกระดาษด้านหลังออกแล้วนำไปติดตั้งง่ายๆ
3.โดยแต่ละแผ่นติดให้สนิทกันงานออกมาจะดูเรียบร้อยและสวย

32


ปังไม่หยุด! “Pop Smoke” ปล่อย MV “Demeanor” ได้ “Dua Lipa” ป็อปสตาร์สาว โดดร่วมแจม รับประกันคุณภาพ สวยงามทั้งภาพ MV และเพลงคุณภาพจัดเต็ม แน่นอน!!



หลังจาก “Pop Smoke” ได้ปล่อยอัลบั้ม “FAITH” มาให้แฟนๆได้ฟังกันไปเรียบร้อย วันนี้ทางสังกัดได้ส่ง MV “Demeanor” ที่ได้ป็อปสตาร์สาวอย่าง “Dua Lipa” มาร่วมแจม ตามมาให้แฟนๆได้รับชมกัน ซึ่ง “Dua Lipa” นั้น ได้ปรากฎตัวใน MV ในลุคของขุนนางชนชั้นสูงสวยสง่าในปาร์ตี้มือเย็นในพระราชวัง พร้อมกับซีนของ “Pop Smoke” บอกเลยว่า MV อลังการงานสร้างมาก ทำเอาแฟนเพลงอยากหลุดเข้าไปในซีน MV เลยทีเดียว

“Dua Lipa” ได้กล่าวไว้ว่า “ฉันดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในเพลงนี้ เพื่อเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ในฐานะศิลปินของ “Pop Smoke” ครั้งหนึ่ง” เมื่อ “Steven Victor”จากค่ายของ “Pop Smoke” ได้โชว์วิดีโอที่ “Pop Smoke” เต้นในเพลง “One Kiss'”และบอกว่าเขาชอบเพลงของฉันมากแค่ไหน และฉันหวังว่าทุกคนจะชอบ MV นี้



สำหรับ MV เพลง “Demeanor” ได้ผู้กำกับมากความสามารถอย่าง “Nabil” มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานสุดอลังการได้อย่างไร้ที่ติ โดย “Nabil” ได้กล่าวว่า “ฉันรู้สึกดีใจและตื่นแต้นมากที่จะได้ร่วมงานกับ Pop Smokeและเป้าหมายของฉันคือการสร้างฉากเทพนิยายที่ไร้กาลเวลา และฉันหวังว่ามันจะได้รับการตอบรับที่ดีตลอดไป”

ซึ่ง MV เพลงนี้ได้ปล่อยหลังจากที่อัลบั้ม “FAITH” ได้อยู่อันดับที่ 1 บน “Billboard 200 Chart” ซึ่งเป็นอัลบั้มที่สองของเขาที่ได้ขึ้นอันดับ 1 ทันทีหลังจากที่อัลบั้ม “Shoot For The Stars Aim For The Moon” และหลังจากปล่อยอัลบั้ม “FAITH” ไปได้ไม่นาน ก็ทำให้อัลบั้ม “Shoot For The Stars Aim For The Moon” ได้ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 9 บน “Billboard Chart” ซึ่งรวมเวลาทั้งหมดที่อยู่บน Top 10 ในชาร์ตกว่า 47 สัปดาห์



และนอกจากนี้ก็ยังมี ซิงเกิลที่ 3 จากอัลบั้ม “FAITH” ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอย่าง “COUPE” ให้แฟนๆได้ติดตามกัน โดย MVเพลงนี้ จะประกอบไปด้วยภาพการแข่งขันบาสเก็ต. ประจำปีครั้งที่ 2 ของ “Pop Smoke Day” ที่ Seaview Park ใน Canarsie,Blooklyn ที่ Victor Victor Worldwide และ Shoot For The Stars Foundation เป็นเจ้าภาพเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อีกด้วย

สามารถชมวิดีโอ “Pop Smoke” เต้นเพลง “One Kiss” ได้ที่ : https:// www.youtube.com/watch?v=IMr5KeuKI14&t=3s

สามารถรับชมและฟังเพลง “Demeanor” ได้ที่ : https:// www.youtube.com/watch?v=UBjTdLGV8L0

สามารถชมและรับฟังเพลง “COUPE” ได้ที่ : https:// www.youtube.com/watch?v=AzQJO6AyfaQ&t=9s

33



เรื่องอาหารการกินคือสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน ควรมุ่งเน้นกินอาหารที่ทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี แต่หลายครั้งที่คนเรามักจะลืมว่ามีสิ่งที่ไม่ควรกินมากเกินควร เมื่อเร็วๆนี้เว็บไซต์ไทม์ส ออฟ อินเดีย รวบรวมชนิดของกินที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายเพิ่มและแน่นขึ้น

ใครที่ชอบเติมน้ำตาลเพิ่มในอาหารหรือเครื่องดื่ม ต้องจำกัดน้ำตาลให้น้อยลง อาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไปสามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดและเพิ่มการผลิตโปรตีนที่เพื่อตอบสนองต่อการอักเสบ อย่าง C-reactive protein และ interleukin-6 ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกัน น้ำตาลในเลือดสูงก็เป็นอันตรายต่อการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้ทำให้เกิดความไม่สมดุล ส่งผลต่อการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันในภายหลังและทำให้ร่างกายไวต่อการติดเชื้อมากขึ้น เครื่องปรุงอีกชนิดคือเกลือ ที่อยู่ในของขบเคี้ยวอย่างมันฝรั่งทอด ขนมอบ อาหารแช่แข็ง หากมีเกลือในร่างกายมากเกินไปอาจทำให้เกิดการอักเสบ เพราะเกลือสามารถยับยั้งการทำงานปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการตอบสนองต่อการอักเสบ เปลี่ยนแปลงแบคทีเรียในลำไส้

อาหารทอดก็ควรพึงระวัง เพราะมีกลุ่มสาร Advanced glycation end products (AGEs) เกิดขึ้นเมื่อน้ำตาลทำปฏิกิริยากับโปรตีนหรือไขมันช่วงปรุงอาหารที่อุณหภูมิสูง AGEs ที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดการอักเสบและเซลล์ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง กลไกการต้านอนุมูลอิสระลดลง นอกจากนี้ ก็มีคาเฟอีนหากได้รับมากเกินไป อาจรบกวนการนอนหลับจนเพิ่มการตอบสนองต่อการอักเสบและทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง และท้ายสุดคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หากดื่มเกินระดับปานกลาง (ผู้หญิง 1 แก้ว/วัน ผู้ชาย 2 แก้ว/วัน) อาจส่งผลเสียต่อการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายและเพิ่มความไวต่อการเจ็บป่วย เช่น โรคปอดบวม และปัญหาระบบทางเดินหายใจ.

https:// www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty/2120307

37



น้ำตาล เป็นสารให้ความหวานที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้านการให้พลังงาน โดยเฉพาะน้ำตาลกลูโคสที่มีหน้าที่สำคัญในการให้พลังงานแก่สมอง ช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเคมีในสมองทำให้รู้สึกสดชื่นและช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น จึงนิยมผสมน้ำตาลในเครื่องดื่ม น้ำผลไม้แทบทุกชนิด

เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มอีกชนิดที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ใช้พลังงานมากๆ เช่น นักกีฬา หรือผู้มีอาชีพที่ต้องใช้พลังในการทำงาน เครื่องดื่มชูกำลังมีส่วนผสมหลักๆ คือ คาเฟอีน ที่ทำหน้าที่ให้ความรู้สึกสดชื่น เพิ่มเรี่ยวแรงให้กับผู้ดื่ม และน้ำตาลที่ให้พลังงาน และความสดชื่นแก่สมอง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้คำแนะนำว่าใน 1 วัน เด็กและผู้ใหญ่ควรได้รับน้ำตาลไม่เกิน 25 กรัม หรือประมาณ 6 ช้อนชา ปริมาณเพียงเท่านี้ร่างกายจะนำไปใช้ประโยชน์ได้เพียงพอ และไม่ทำให้เกิดโทษ

ท่านที่ชื่นชอบการดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง วันนี้สถาบันอาหารทำการสุ่มตัวอย่างเครื่องดื่มชูกำลังจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ยี่ห้อ เพื่อนำมาวิเคราะห์หาปริมาณน้ำตาลทั้งหมด ผลการวิเคราะห์พบว่า


ตัวอย่างเครื่องดื่มชูกำลังมีปริมาณน้ำตาลทั้งหมดอยู่ในช่วง 7.74-14.04 กรัม ต่อเครื่องดื่ม 100 มิลลิลิตร

หรือหากคิดต่อเครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวด พบมีปริมาณน้ำตาลทั้งหมดอยู่ในช่วง 7.74-23.87 กรัมต่อขวด

ก็สูงอยู่นะ อย่าลืมว่าใน 1 วัน เราทานอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิด ที่อาจมีส่วนผสมของน้ำตาล ในปริมาณมากน้อยต่างกันอยู่แล้ว ทำให้ใน 1 วัน เราอาจได้รับน้ำตาลเกินปริมาณที่ WHO แนะนำ หากร่างกายขับออกไม่หมดจะเกิดการสะสมในร่างกาย หากสะสมมากๆ เป็นเวลานานจะส่งผลเสียในระยะยาว และอาจทำให้เกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคที่เกี่ยวกับเมตา.ิกอื่นๆได้

หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรลดการเติมน้ำตาลที่ใช้ปรุงอาหารที่ทำทานเอง การเลือกซื้อ เลือกทานอาหาร หรือเครื่องดื่มสำเร็จรูปให้ดูปริมาณน้ำตาลที่ระบุไว้บนฉลากโภชนาการเป็นหลักว่ามีเท่าใด หรือเลือกซื้อสูตรที่ระบุว่าหวานน้อย เพื่อให้ร่างกายปลอดภัยจากโรคภัยต่างๆ จะดีกว่า.

ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย
https:// www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty/2135845

38
โปรโมชั่น 5-25บาท 
ผิวสัมผัสลายไม้ วิธีการติดตั้งง่าย เพียง 3 ขั้นตอน
1.ทำความสะอาดพื้นเดิมให้เรียบร้อย
2.ลอกแผ่นกระดาษด้านหลังออกแล้วนำไปติดตั้งง่ายๆ
3.โดยแต่ละแผ่นติดให้สนิทกันงานออกมาจะดูเรียบร้อยและสวย

39
รังนกเขาหลง  



ตั้งบูชาประจำบ้าน ตั้งบูชาไว้หน้าร้านค้าขาย เรียกโชคเรียกลาภเรียกเงินเรียกทอง ค้าขายดี ส่งเสริมเรื่อง ความรักครอบครัวคู่ครอง 

วิธีบูชา เครื่องบูชาใส่พานประกอบด้วย ดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่ เงิน 5 บาท ข้าวสาร 7 เม็ด ธูป 9 ดอก

แล้วอธิษฐาน ขอในสิ่งที่ต้องการ


รังนกเขาหลง เป็นรังนกกายสิทธิ์ ท่านพญาแถนกล่าวว่า มีประวัติเล่าให้ลูกหลานฟังว่า ถ้าใครได้เห็นรังนกเขาหลง คนนั้นมีบุญบารมีสูงส่ง เขาเป็นรังนกกวักเงินกวักทอง หรือไทรเงินไทรทอง ขอพรได้สิบประการ เช่น ที่อยู่เรือนชานเข็ดขวางอยู่ไม่ได้ หรือบ้านนั้นมีทรวงขวางลูกขาวงเมียเจ็บออดๆแอดๆ อยู่อย่างนี้ ถ้ามีรังนกเขาหลงบูชา เจ้าจงเก็บดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่ เงิรน 5 บาท ข้าวสาร 7 เม็ด ธูป 9 ดอก แล้วใส่ลงไปในรังนกเขาหลง แล้วจงอธิฐานว่า สาธุฯ สิ่งร้ายๆหรือเสนียดจัญไรรำคาญใจบ่อยๆ ให้ออกไป เมื่อท่านทำอย่างนี้แล้ว ท่านจะสุขสบายทั้งกายใจ เจ้ารังนกกายสิทธิ์ เขาจะกวักเงินกวักทองเข้าเรือนชาน ตัวผู้กงัดเข้า ตัวเมียเก็บไว้ ถ้าใครมีไว้สักการะบูชาคนนั้นมีบุหลาย ถ้าใครมีประจำบ้าน สามารถคุ้มครองบ้านเรือน และประสบลาภบันดาลผลให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขอยู่เป็นทุกทิวาราตรี ของกายสิทธิ์ใครมีบุญก็ได้ไป ไว้บูชาประจำบ้าน ตั้งบูชาไว้หน้าร้าน เรียกเงินเรียกทอง เรื่องมหาเสน่ห์ก็ดี ใครมีแฟนคิดนอกใจ ลองนำไปบูชาดู ของกายสิทธิ์ หายาก เครือเขาหลงที่อยู่ในรังก็ถือว่าเป็นของดี ม้วนเก็บเป็นก้อนบูชาพกใส่กระเป๋าตังค์ ก็เป็นมหาเสน่ห์ โชคลาภ เรียกเงินเรียกทองได้ดี



เครือสาวหลง เครือเขาหลง หรือ เครือเถาหลง คือ ไม้ชนิดเดียวกันที่อยู่ในป่าลึก มีเทวดารักษา ผู้มีวิชาอาคมถึงไปขอตัดเอามาได้ ที่ชื่อ อย่างนี้ก็เพราะว่า ไม้นี้ ถ้าคนหรือสัตว์เผลอไปข้ามเข้าก็จะหลงป่า

แม้แต่นกที่บินผ่านต้นก็จะหลงอยู่ที่ต้นไปไหนไม่ได้ ปละตกลงมาตาย ตรงใต้ต้นเครือเขาหลง นี้จึงเต็มไปด้วยซากสัตว์

ส่วนที่ชื่ออีกชือ ว่าเครือสาวหลงนี้ก็เพราะว่า เครือสาวหลงนี้ถ้าได้ส่วนปลายเครือเล็กๆ จะคล้ายเส้นผมขน เอามาเสียบตรงร่องฟันจะทำให้หญิงหลงงงงวย ครับ

และสมัยก่อนเอาเครือนี้ฝังตรงคอกวัวควายโขมยที่มาโขมยก็จะลักไปไม่ได้

โดยจะหลงอยู่แถวคอกนั้น เครือสาวหลงนี้ เป็นการม้วนตัวของเครือไม้เขาหลง หรือ สาวหลงที่ม้วนเองตามธรรมชาติ ม้วนเป็นบ่วง ที่เรียกว่า บ่วงนาคบาท

ว่านสาวหลงนี้จัดอยู่ในประเภท ว่านเสน่ห์ เมตตามหานิยม บ้านเรือนอาศัยร้านค้าขายใด หากนำมาปลูกไว้จะเป็นศิริมงคลแก่บ้านเรือน ว่านนี้นิยมกันมาแต่โบราณ เป็นว่านที่มีสรรพคุณให้ผลถึงกับปิดบังไม่ยอมแพร่งพรายผู้เป็นเจ้าของนั้น หวงแหนยิ่งนัก ผู้มีว่านนี้อยู่ในครอบครองจะทำให้มีเสน่ห์มหานิยม รากต้นและใบของว่านนี้ ในกระบวนพิธีสร้างพระผงพระเครื่องด้านเสน่ห์มหานิยมแล้วจะขาดว่านนี้ไม่ได้

ในจำนวนผงต่าง ๆ ที่นำมาผสมอยู่ในพระเครื่องจะต้องมีผงของว่านสาวหลงนี้ด้วยเสมอไปนอกจากนั้น เพียงแต่ใครมีราก ใบ กิ่ง ดอก ของว่านนี้พกพาติดตัว เดินทางไปยังทิศทางต่าง ๆ ผู้ที่ได้กลิ่น ว่านถึงกับให้งงงวย หลงใหล ยิ่งนำราก ใบ กิ่ง ดอก ของว่านนั้นมาฝนกับน้ำมันจันทน์ น้ำมันเเก้ว หรือ ผสมกับขี้ผึ้งทาปากด้วยแล้วจะเป็นยอดของขบวนเสน่ห์มหานิยมอีกด้วย นักเลงเจ้าชู้พากันรู้จักมาแต่โบราณกาลส่วนที่ชื่ออีกชือ ว่าเครือสาวหลงนี้ก็เพราะว่า เครือสาวหลงนี้ถ้าได้นำส่วนใดส่วนหนึ่งของเครือเล็กๆ เอามาเสียบตรงร่องฟันจะทำให้หญิงหลงงงงวย

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สั่งซื้อบูชา ทักแชทได้เลยหรือติดต่อได้ที่

โทร. 0846623662

id line : teerapat999

ลาซาด้า

https://pdp.lazada.co.th/products/i1140758172.html?spm=a1zawg.20038917.content_wrap.27.2f304edfpNDteq




40
สินค้ามือสอง ราคาถูกมาก!!!!!

41



ในขณะที่สายตานับล้านคู่จับจ้องไปที่ สุนิสา ลี นักกีฬายิมนาสติกหญิงดาวรุ่งวัย 18 ปี ซึ่งมีเชื้อสายม้งอเมริกัน ในการเเข่งขันโอลิมปิก2020 ที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ครอบครัวของเธอที่รัฐมินนิโซตา กำลังลุ้นอย่างเต็มที่เช่นกัน จนกระทั่งได้สมหวังในที่สุด

สุนิสา สร้างชื่อให้กับตัวเองและทีมสหรัฐ หลังคว้าเหรียญทองประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์มาครองได้สำเร็จ ในฐานะตัวแทนของสหรัฐเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา สร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายม้งคนแรกที่คว้าเหรียญทองให้กับทีมสหรัฐ


นี่ถือเป็นฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องของนักยิมนาสติกสาวดาวรุ่ง โดยก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน สุนิสาคว้าเหรียญเงินกับให้กับทีมชาติสหรัฐในการแข่งขันยิมนาสติก ประเภททีมรวมอุปกรณ์

ก่อนเปิดฉากโอลิมปิกครั้งนี้ สุนิสาถือเป็นความหวังของครอบครัวและชุมชนชาวม้งในสหรัฐ ในฐานะนักยิมนาสติกหญิงอายุน้อยที่สุดที่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว

- สุนิสากอดฉลองกับโค้ช หลังคว้าเหรียญทองเหรียญแรก (29 ก.ค.) -

เกิดและโตในมินนิโซตา

สำหรับประวัติของสุนิสาถือว่าโดดเด่นและน่าสนใจไม่น้อย เธอเกิดเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2546 ในเมืองเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนม้งขนาดใหญ่ในอเมริกาที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ยุคหลังสงครามเวียดนาม และสุนิสาก็ใช้ชีวิตเติบโตในเมืองเซนต์พอลมาจนถึงปัจจุบัน


นอกจากรัฐมินนิโซตาจะเป็นถิ่นฐานขนาดใหญ่ของชาวม้งในสหรัฐ ซึ่งคาดว่ามีประชากรถึง 80,000 คนแล้ว ยังเป็นที่ที่แม่ของสุนิสาได้พบรักกับพ่อบุญธรรมขณะสุนิสาอายุเพียง 2 ขวบในปี 2548 ด้วย


- ฮัว จอห์น ลี (ซ้าย) พ่อบุญธรรม และ ยีฟ ทอจ (กลาง) แม่บังเกิดเกล้าของสุนิสา -

แม่ของสุนิสาเป็นชาวม้งชื่อ ยีฟ ทอจ (Yeev Thoj) และพ่อบุญธรรมเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายม้งเช่นกัน ชื่อ ฮัว จอห์น ลี (Houa John Lee) ซึ่งคอยเลี้ยงดูสุนิสาตั้งแต่เด็ก ๆ และเมื่อโตขึ้น สุนิสาก็ตัดสินใจใช้นามสกุล ลี ตามพ่อบุญธรรม

แม้ว่าจอห์น ลี มีลูกติด 2 คนจากอดีตภรรยาชื่อว่า โจนาห์และไชเอนน์ แต่ลูก ๆ ทั้ง 3 คนรวมถึงสุนิสา ต่างรักใคร่กลมเกลียวกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะไชเอนน์ที่อายุห่างกับสุนิสาเพียง 12 วัน มีหน้าตาคล้ายกับสุนิสาจนเพื่อนร่วมชั้นเรียนเคยเข้าใจผิดว่าทั้งคู่เป็นฝาแฝด

ลี้ภัยสงครามข้ามแปซิฟิก

ทั้งพ่อบุญธรรมและแม่ของสุนิสาต่างเกิดในลาวในยุคสงครามเวียดนาม ซึ่งสมัยนั้น กลุ่มชาติพันธุ์ม้งร่วมรบเคียงไหล่กับทหารอเมริกันในลาว แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่ต้องจ่าย

มีชาวม้งหลายหมื่นคนเสียชีวิตในสงครามเวียดนาม หรือถูกรัฐบาลลาวสังหาร หลังจากกองทัพสหรัฐถอนทัพกลับประเทศ

ครอบครัวชาวม้งของพ่อและแม่สุนิสาสมัยที่ทั้งคู่ยังเด็ก ได้เสี่ยงอันตรายหนีออกจากลาวข้ามแม่น้ำโขงมาอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทยอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนลี้ภัยไปตั้งรกรากในในรัฐมินนิโซตาและเติบโตที่นั่น

"เมื่อสหรัฐถอนทัพออกจากลาว สงครามยังไม่จบลงในทันที" จอห์น ลี พ่อบุญธรรมสุนิสาเล่าถึงความทรงจำอันขมขื่น "ผู้คนจำต้องหนีไปประเทศไทยเพื่อความปลอดภัย และเพื่อโอกาสมีชีวิตที่ดีกว่า"

จนกระทั่ง จอห์น ลี ย้ายไปอยู่สหรัฐตอนอายุ 7 ปี เมื่อปี 2522 ส่วนแม่สุนิสาย้ายไปสหรัฐตอนอายุ 12 ปี เมื่อปี 2530

ปัจจุบัน ยีฟ เเม่ของสุนิสา ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยด้านการเเพทย์ ส่วนจอห์น ลี พ่อของสุนิสา ทำงานด้านวิศวกรรมที่บริษัท Cummins Power Generation 

เห็นแววยิมนาสติกตั้งแต่เล็ก

ทั้งพ่อบุญธรรมและเเม่ของสุนิสาชอบกีฬาเหมือนกัน ซึ่งความรักในกีฬาเป็นสิ่งที่ทั้งสองปลูกฝังให้ลูก ๆ แม้ปัจจุบัน พ่อของสุนิสาเป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงหน้าอกลงไป หลังประสบอุบัติเหตุตกบันไดเมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้ต้องนั่งรถเข็นตั้งแต่นั้นมา


เเม่ของสุนิสา ให้สัมภาษณ์กับ VOA ภาคภาษาลาวว่า ในฐานะผู้ปกครอง เธอสอนให้สุนิสา หรือชื่อเล่นว่า สุนิ (Suni) มีวินัย เป็นเด็กดี และว่า สุนิชอบทำกิจกรรมหลายอย่าง


ยีฟ บอกด้วยว่า สุนิมีพรสวรรค์ตั้งเเต่เด็กในกีฬายิมนาสติกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เเละเมื่อได้เเรงกระตุ้นด้านวินัย จึงทำให้เก่งขึ้นในกีฬานี้ เเละมีความพร้อมในด้านอื่น ๆ เมื่อโตขึ้นมา

สำหรับที่มาของชื่อ สุนิสา ยีฟเปิดเผยกับ ESPN ว่า ตั้งชื่อลูกสาวตามนักแสดงละครไทยคนหนึ่งที่ตนชื่นชอบในยุคนั้น และจับลูกเรียนยิมนาสติกตั้งแต่เล็ก ๆ หลังเห็นแววจากการโชว์ท่าตีลังกากลับหลังบ่อยครั้ง ขณะเล่นซุกซนตามประสา

ตั้งเป้าสูงเพื่อให้พ่อภูมิใจ

แน่นอนว่า สิ่งหนึ่งที่สุนิสาทำตามเป้าหมายได้สำเร็จในฐานะนักยิมนาสติก คือ การร่วมแข่งขันและคว้าเหรียญโอลิมปิก2020 ซึ่งถึงแม้เธอจะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยกับการที่มีเหตุการณ์โควิด-19 ระบาด จนมหกรรมกีฬานี้ต้องเลื่อนมา 1 ปี แต่เธอประกาศเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาว่า "กำหนดการเปลี่ยน แต่เป้าหมายไม่เปลี่ยน"

คำพูดครั้งนั้นเป็นเครื่องยืนยันว่า เหรียญทองโอลิมปิก คือเป้าหมายต่อไปในชีวิตของสุนิสา เพราะความฝันนี้เป็นสิ่งที่พ่อและเธอตั้งเป้าหมายร่วมกันมาตลอด 10 ปี หรือนับตั้งแต่วันแรกที่เธอเริ่มเรียนยิมนาสติก


"มันไม่ใช่แค่ฝันของฉัน มันคือฝันที่พ่อกับฉันตั้งเอาไว้ร่วมกัน มันจึงมีความหมายมาก ฉันอยากทำมันให้สำเร็จอีก ฉันอยากให้พ่อภูมิใจ เพราะเขาคือคนที่สนับสนุนฉันมา ตั้งแต่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันจะทำได้ดีหรือไม่กับทางเดินนี้" สุนิสาพูดถึงเบื้องหลังการตั้งเป้าหมายก่อนเดินทางไปโตเกียว

ส่วน จอห์น ลี เปิดใจกับสื่อก่อนลูกสาวเข้าร่วมทีมชุดลุยโอลิมปิก2020 ว่า ไม่ว่าผลการเเข่งขันจะเป็นอย่างไร การที่สุนิเป็นชาวม้งอเมริกันคนเเรกในการเเข่งโอลิมปิกให้กับประเทศสหรัฐ ก็ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไปเรียบร้อยเเล้ว

หลังจากคว้า 1 เหรียญทองและ 1 เหรียญเงิน (ณ วันที่ 29 ก.ค.) สุนิสายังมีโอกาสเก็บเหรียญโอลิมปิกเพิ่มจากการแข่งขันช่วงวันที่ 1 ส.ค. และ 3 ส.ค.นี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่เธอจะได้เหรียญรางวัลมาครองอีกครั้งก่อนกลับแผ่นดินสหรัฐ

https:// www.bangkokbiznews.com/news/detail/951839

45



เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 ก.ค.2564 ในการแถลงสถานการณ์โควิด19 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกรณีมีการแฮกข้อมูลและเรียกรับเงินในการเข้าฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนที่สถานกลางบางซื่อว่า  เมื่อ2-3 วันก่อนได้มีการรายงานจากผอ.ศูนย์ฉีดฯว่าสงสัยจะมีความผิดปกติของการมารับบริการ โดยเฉพาะช่วงท้ายวัน ที่เหมือนเป็นการลงทะเบียนผ่านค่ายมือถือแต่จะแสดงความผิดปกติบางอย่าง เช่น มีความรีบร้อน จึงได้มอบหมายให้มีการลองหากระบวนการที่จะตรวจจับให้ได้ โดยเกิดขึ้นกับค่ายมือถือค่ายเดียว ซึ่งค่ายมือถือได้มีการให้บริษัทย่อยมารับในการช่วยจัดระบบคิวและลงทะเบียน พบว่าจุดลงทะเบียนตรงนี้ที่มีปัญหา จึงร่วมมือกับค่ายมือถือนั้นล่อซื้อ

           ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2564 เมื่อมีผู้ที่น่าสงสัยเข้ามารับบริการราว 100 คนจึงให้เข้ามารับบริการตามระบบและยกเลิกทันทีเมื่อเข้ามาในจุดที่จะฉีด แล้วให้เจ้าตัวมาแสดงตัว จากนั้นมีการสอบถามและให้ลงบันทึกข้อความ โดยให้เล่าตั้งแต่ติดต่อผ่านใครอย่างชัดเจน โดยหลักการคือเป็นลูกจ้างที่ถูกจ้างมาอีกทอดหนึ่งของค่ายมือถือ ส่วนที่บอกว่ามีเจ้าหน้าที่ของกรมร่วมด้วย ยังไม่ทราบข้อมูลจริงๆ  และเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2564 ได้มีการแจ้งความเรียบร้อยแล้ว กันพยานคนที่เหมือนกับต้องเสียเงินไปซื้อมาเป็นพยาน เพื่อเอาผิดให้ถึงที่สุด


“ยืนยันว่ายังไม่ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่กรม  แต่ถ้ามีก็จะไม่ละเว้นเพราะความเจ็บป่วยของประชาชนซื้อขายไม่ได้ ถ้ามีเจ้าหน้าที่กรมเกี่ยวข้องก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงและสอบสวนลงโทษตามความเป็นจริง แต่เท่าที่ทราบ ณ ตอนนี้ยืนยันว่าไม่มี มีแต่เจ้าหน้าที่ที่ถูกจ้างมาโดยค่ายโทรศัพท์มือถือไปเติมทะเบียนของผู้ที่มารับวัคซีนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้มีการล่อซื้อให้ชัดเจน เพื่อให้ได้คนที่กระทำผิดให้ชัดเจน”นพ.สมศักดิ์กล่าว  

     สำหรับแนวทางลดความแออัด โดยการดำเนินการปรับระบบให้บริการฉีดวัคซีน คือ 1.เปิดประตูศูนย์เร็วขึ้นจากเดิม 09.00 น.  ให้ผู้มารับบริการลงทะเบียน โดยไม่วัดความดัน 2.ปรับระบบการเข้าแถวให้ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ให้หางแถวแต่ละประตูชนกัน 3.ย้ายที่จอดรถมอเตอร์ไซค์และรถสุขาออกจากพื้นที่ เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้รับบริการ 4.ประสานการระบายผู้รับบริการหทุกประตูในภาพรวม 5.มอบหมายผู้รับผิดชอบในแต่ละประตูอย่างชัดเจน และ 6.เน้นให้ยืนบนสติกเกอร์ 2,400 จุด  


นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ มาเสริมการทำงานกับกทม. เป็นความร่วมมือในการบริการให้ใช้สถานที่โดยกระทรวงคมนาคมที่สถานีกลางบางซื่อ โดยกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เป็นผู้จัดบริการการฉีดวัคซีน เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่  7 มิ.ย. 2564 มีการฉีดครบ 1 ล้านโดสไปแล้ว  โดยช่วง 2 สัปดาห์แรกเป็นการทดสอบระบบ หลังจากนั้น 1 เดือน ตั้งแต่ 5 ก.ค.จึงเริ่มฉีดให้ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป โดยเปิดให้ออนไซต์ พบว่ามีจำนวนมาก จึงปรับให้วอล์กอินหรือออนไซต์สำหรับผู้ที่อายุ75 ปีขึ้นไป ทำให้สามารถจัดระบบให้ไม่แออัดได้  

            เมื่อวันที่ 22 ก.ค.จึงมีฉีดให้กับกลุ่มผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ และคนอ้วนที่มีน้ำหนักหมากกว่า 100 กิโลกรัม จึงมีภาพของความแออัดในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา จึงพยายามปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยขอให้คนอ้วนมารับบริการในช่วงบ่าย  เพราะถ้าช่วง 10.00 น. คนจะโล่ง เพราะส่วนใหญ่จะมาจำนวนมากช่วง 08.00 น.  และตั้งแต่บวันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไปเพื่อให้การบริการเป็นระบบ จะไม่มีออนไซต์และวอล์กอินอีก จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านค่ายมือถือทั้ง 4 ค่าย โดยจะยังเน้น 60 ปีขึ้นไป และกลุ่ม 18 ปีขึ้นไปแต่จะสดส่วนน้อยกว่าผู้สูงอายุ  โดยได้ตกลงกับ 4 ค่ายมือถือเรียบร้อยแล้ว  เพราะถ้าลงทะเบียนจะบอกได้ว่าแต่ช่วงเวลามีผู้รับบริการกี่คน

    “นโยบายการให้บริการฉีดวัคซีนของศูนย์ฉีดสถานีกลางบางซื่อ ตรงนี้เป็นที่เก็บตกช่วยเสริมในพื้นที่กทม. โดยฉีดให้กับคนมีภูมิลำเนาในกทม. ผู้ที่มาทำงานในกทม.ที่ภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด ผู้สูงอายุในกทม.ปริมณฑลที่มีภูมิลำเนาชัดเจน  คนไร้บ้าน และชาวต่างชาติที่มีถถิ่นพำนักในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย เน้นที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป เหมือนคนไทย เป็นนโยบายที่พยายามเก็บตกในกทม.ทั้งหมด”นพ.สมศักดิ์กล่าว  

https:// www.bangkokbiznews.com/news/detail/951732

Pages: 1 2 [3] 4 5 ... 85